| |
 |
ข้อแนะนำในการซื้อฟิล์มกรองแสง |
|
|
เมืองไทยเป็นเมืองร้อน
และยิ่งถ้าเราขับรถ เราก็ยิ่งมีโอกาสเจอกับแสงแดดและความร้อนได้อย่างมาก
จนบางครั้งเราแทบจะทนไม่ได้ วิธีหนึ่งที่จะช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้คือการติดตั้งฟิล์มกรองแสง
แต่ในตลาดบ้านเราก็มีอยู่มากมายหลายยี่ห้อ เราควรมีวิธีพิจารณาเลือกติดตั้งฟิล์มกรองแสงให้คุ้มค่า
และเกิดประโยชน์สูงสุดได้ดังนี้
|
| |
อย่างแรกที่เราควรคำนึงถึง
คือ คุณภาพ
|
| |
 |
ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพดีนั้น
คุณสมบัติต่างๆ ของฟิล์ม เช่น ค่าการลดความร้อน, ค่าการลดรังสีอุลตร้าไวโอเลต,
ค่าการสะท้อนแสง และค่าของแสงส่องผ่านนั้นต้องเป็นค่ามาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิตที่เชื่อถือได้
และควรเป็นไปตามมาตรฐานของ AIMCAL (Association of Industrial
Metallizers Coaters And Laminators), ASTM (American Society
for Testing and Materials) และ ASHRAE มิใช่ค่าที่พิมพ์หรือโฆษณา
โดยปราศจากหลักฐานอ้างอิง |
| |
|
|
| |
ลำดับต่อไปที่ควรพิจารณา
คือ มาตรฐานโรงงานผู้ผลิต
|
| |
เราจำเป็นจะต้องพิจารณาว่า
เป็นฟิล์มกรองแสงที่มีแหล่งที่มาชัดเจน นำเข้ามาจากโรงงานที่ผ่านมาตรฐานที่สากลยอมรับและมีที่ตั้งชัดเจน
โดยปัจจุบันมีฟิล์มกรองแสงที่ผลิตจากโรงงาน CPFilms ผู้ผลิตฟิล์มกรองแสงชั้นนำ
ตั้งอยู่ที่ รัฐเวอร์จีเนียร์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้พัฒนาขบวนการผลิตฟิล์มกรองแสงมาตั้งแต่ทศวรรษที่
50 จนถึงปัจจุบัน มีมาตรฐานสากลรองรับ คือ AIMCAL, ASTM และ
ASHRAE พร้อมทั้งได้รับมาตรฐาน ISO 9001 ซึ่งเป็นระบบควบคุมคุณภาพ
ที่กำกับดูแลทั้งการออกแบบและการพัฒนา, การผลิต การติดตั้ง
และการบริการโดยโรงงานผู้ผลิตจะมอบสำเนาใบประกาศนียบัตรที่ได้รับรองมาตรฐาน
ISO 9001 ให้บริษัทตัวแทนในประเทศไทยที่นำเข้าและจัดจำหน่ายด้วย
ซึ่งผู้บริโภคสามารถเรียกตรวจสอบได้
|
 |
| |
|
|
| |
ต่อไปลำดับที่สามที่เราต้องพิจารณา
คือ ผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย
|
| |
|
ต้องเป็นบริษัทที่มีความตั้งใจ,
จริงใจและประสบการณ์ในการทำธุรกิจฟิล์มกรองแสงอย่างต่อเนื่องยาวนานเชื่อถือได้
และไม่มีการโฆษณาหลอกลวงหรือเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆ มีมาตรฐานการรับประกันคุณภาพที่เชื่อถือได้
โดยทั่วไปการรับประกันคุณภาพจะไม่ต่ำกว่า 7 ปีและสิ้นสุดเมื่อมีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ
ดังนั้นผู้บริโภคจึงต้องเลือกบริษัทตัวแทนจำหน่ายที่ท่านมั่นใจว่าตลอดระยะเวลารับประกัน
บริษัทฯ จะยังคงดำเนินธุรกิจฟิล์มกรองแสงอยู่และพร้อมที่จะรับผิดชอบ
หากฟิล์มที่ติดตั้งไปเกิดปัญหาใดๆ ขึ้น |
| |
|
สิ่งหนึ่งที่ผู้กำลังตัดสินใจเลือกติดตั้งฟิล์มต้องการจะทราบอย่างมาก
คือ ราคา
ราคาต้องสมเหตุสมผล เหมาะสมกับคุณภาพ ในระดับที่ยอมรับได้ โดยที่ฟิล์มเคลือบโลหะทั้งชนิด
Sputtered และ Thermal จะมีราคาสูงกว่าฟิล์มเคลือบสีประมาณ 1-2
เท่าตัว |
| |
ข้อควรพิจารณาที่สำคัญอย่างมากต่อไป
คือ โฆษณา |
| |
ผู้บริโภคควรพิจารณา
โฆษณาของฟิล์มกรองแสงต่างๆ ให้ดีก่อนเลือกติดตั้ง ต้องเป็นโฆษณาที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง
ไม่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องค่าการลดความร้อนและคุณสมบัติต่างๆ
ของฟิล์มกรองแสง ซึ่งค่าที่ถูกต้องนั้น จะต้องเป็นค่าการลดความร้อน
จากแสงแดด ซึ่งฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์คุณภาพดีนั้น จากข้อมูลของโรงงานผู้ผลิต
ที่สหรัฐอเมริกา พบว่าสามารถลดความร้อน จากแสงแดดได้สูงสุดเพียง
68% เท่านั้น หากมีการโฆษณาว่า สามารถลดความร้อนได้สูงกว่านี้นั้น
ผู้บริโภคควรเพิ่มความระมัดระวัง พิจารณาตรวจสอบข้อมูลให้ดี
ถึงแหล่งที่มาของข้อมูล เป็นฟิล์มสำหรับรถยนต์หรือฟิล์มสำหรับอาคาร
เนื่องจากฟิล์มอาคารเป็นฟิล์มที่มีความเงาสูง จึงลดความร้อนจากแสงแดดได้ดีกว่าฟิล์มรถยนต์
นอกจากนี้ยังควรพิจารณาถึงวิธีการทดสอบคุณภาพของฟิล์มกรองแสงด้วยว่าเป็นค่าการทดสอบจากแสงแดด
ไม่ใช่แสงสปอตไลท์ หรือหลอดรังสีอินฟราเรด เพราะในความเป็นจริงแล้ว
เราขับรถภายใต้แสงแดด มิใช่แสงสปอตไลท์หรืออินฟราเรดแต่เพียงชนิดเดียว
ซึ่งแหล่งกำเนิดแสงทั้งสามชนิดนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จุดนี้ผู้บริโภคต้องพึงระวังและพิจารณาให้รอบคอบเช่นกัน
ซึ่งถือเป็นการโฆษณาที่ผิดจากความเป็นจริงตามมาตรฐานสากล
|
| |
|
| |
ต้องไปรับการติดตั้งที่ศูนย์ตัวแทน
จำหน่ายและติดตั้ง
ที่ได้รับหนังสือแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
จากบริษัทผู้นำเข้าที่ยังไม่หมดอายุ ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพของแท้
และมีเทคนิคการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน โดยผู้บริโภคสามารถขอตรวจสอบได้จากศูนย์ฯ
ซึ่งการติดตั้งที่ศูนย์ฯ นั้น นอกจากจะได้สินค้าของแท้แล้ว
ยังได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการรับประกันคุณภาพ
หรือประโยชน์ด้านอื่นๆ
ส่วนฟิล์มรุ่น L 60Max Special สามารถติดตั้งได้ที่ลามิน่าฟิล์มเอ็กซ์คลูซีฟช็อปเท่านั้น
โปรดสังเกตตู้ไฟสัญลักษณ์
|
| |
|
| |
และสิ่งสุดท้ายที่สำคัญควรคำนึงถึง
คือ ต้องมีตราสินค้า (โลโก้สินค้า)
|
| |
พร้อมรหัสรุ่นบน
แผ่นฟิล์ม ผู้บริโภคต้องสังเกตตราสินค้า (โลโก้สินค้า)
พร้อมรหัสรุ่นบนแผ่นฟิล์มทุกครั้ง ที่ติดตั้งฟิล์ม เพื่อให้ได้ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพของแท้
โดยผู้บริโภคสามารถเรียกตรวจสอบจากศูนย์ฯร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่าย
และติดตั้งฟิล์มกรองแสงลามิน่าที่ได้รับหนังสือ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
จากบริษัทผู้นำเข้า และจัดจำหน่าย ซึ่งฟิล์มลามิน่าของแท้
ต้องมีตราสินค้า พร้อมรหัสรุ่นที่คุณเลือกติดตั้ง บนแผ่นฟิล์มแน่นอน
เพื่อป้องกันการแอบอ้าง และเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์แก่ผู้บริโภค
|
| |
|
จากข้อพิจารณาข้างต้นนี้ ผู้บริโภคก็จะมั่นใจได้ถึงคุณภาพ
และประโยชน์ที่คุ้มค่าของฟิล์มกรองแสงที่ท่านเลือก
|
|
|